นอสตร้า โลจิสติกส์ ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน NOSTRA LOGISTICS ePOD ระบบติดตามการขนส่งบนสมาร์ทโฟนแบบเรียลไทม์ เผยอีคอมเมิร์ซเติบโตรวดเร็ว รับอุปสงค์ผู้บริโภคปลายน้ำของห่วงโซ่อุปทานผันผวน ชี้ธุรกิจค้าปลีกควรเร่งปรับตัว เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลายในราคาประหยัดและการจัดส่งรวดเร็ว แนะผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ทำความเข้าใจ 4 แนวโน้มที่ส่งผลกระทบห่วงโซ่อุปทาน พร้อมเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับภูมิทัศนโลจิสติกส์ค้าปลีกในปัจจุบัน

นางวรินทร สีสุขดี ผู้อำนวยการส่วนผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ บริษัท จีไอเอส จำกัด เปิดเผยว่า โลจิสติกส์เป็นหัวใจสำคัญในทุกธุรกิจและมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ในปี 2563 ที่ผ่านมา โลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับการค้าปลีกเป็นธุรกิจเติบโตและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อม ๆ กับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าสู่ยุคอีคอมเมิร์ซที่มีความผันผวนของ อุปสงค์ผู้บริโภค ซึ่งมีความต้องการสินค้าที่หลากหลายในราคาประหยัดพร้อมการจัดส่งรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ ต้องปรับตัวพร้อมรับความท้าทาย และเทคโนโลยีดิจิทัลจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการจัดการโลจิสติกส์ในธุรกิจค้าปลีก ที่ช่วยให้การบริหารการไหลเวียนของสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ทั้งยังควบคุมต้นทุนให้ต่ำที่สุด เมื่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและการตลาดเปลี่ยนแปลงไป งานในส่วนโลจิสติกส์ตั้งแต่คลังสินค้าไปจนถึงการขนส่ง กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของการขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทาน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกช่องทาง โดยผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกและผู้ให้บริการโลจิสติกส์จำเป็นต้องทำความเข้าใจแนวโน้ม 4 ประการ ที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับภูมิทัศน์ของโลจิสติกส์ค้าปลีก ประกอบด้วย

1. Digital Transformation for Supply Chain Management: เปลี่ยนสู่เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการห่วงโซ่อุปทาน ระบบอีโลจิสติกส์ (E-Logistics) จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบซัพพลายเชนต่อไปในอนาคต เพื่อจัดการต้นทุนโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพ และสอดรับกับกระแสปรับเปลี่ยนสู่สังคมเศรษฐกิจแบบดิจิทัล การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการเชื่อมโยงระบบต่าง ๆ ให้ทำงานสนับสนุนกันบนแพลตฟอร์มเดียวตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ รวมถึงการเชื่อมต่อระบบอีโลจิสติกส์เข้ากับแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ และใช้ Mobile application เพื่อเชื่อมโยงลูกค้าปลายทาง (Retail customer) ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ ทั้งส่วนการผลิต คลังสินค้า การซื้อ-ขาย การเงิน และการขนส่ง จะทำให้ส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันได้สะดวกและรวดเร็วแบบเรียลไทม์ โดยผู้ประกอบการธุรกิจ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และลูกค้าปลายทางสามารถเห็น Demand และ Supply ของสินค้าได้ในทันที หรือแม้แต่กระบวนการที่เกิดขึ้นระหว่างที่มีการซื้อ-ขาย ตลอดจนการจัดส่งสินค้าจนถึงมือลูกค้า
2. E-Logistics for E-Commerce: เชื่อมโยงระบบอีโลจิสติกส์เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจค้าปลีกจำนวนมากใช้วิธีการตลาดแบบ Omni-Channel เพื่อผสมผสานช่องทางจัดจำหน่ายทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน ซึ่งการซื้อขายทั้งสองรูปแบบล้วนต้องใช้การขนส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้า ซึ่งอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลหรือระบบอีโลจิสติกส์ที่เชื่อมต่อเข้ากับแพลตฟอร์มออนไลน์ในระบบอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) เพื่อจัดส่งถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และตรวจสอบได้ การจัดการโลจิสติกส์จะต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานระบบอีคอมเมิร์ซ ที่ประกอบด้วย แพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ (E-Marketplace) ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Payment) และระบบอีโลจิสติกส์ (E-Logistics)
3. Warehousing and Transportation in Retail Logistics: คลังสินค้าและการขนส่งในโลจิสติกส์การค้าปลีก ความต้องการการจัดส่งที่รวดเร็วมากขึ้นทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกต้องมีความคล่องตัว เปลี่ยนแปลงโลจิสติกส์ คลังสินค้าและการขนส่งอย่างเร่งด่วน ปัจจุบันมีบริการคลังสินค้าขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่ครอบคลุมพื้นที่จัดส่งเพื่อการกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภคได้สะดวกและรวดเร็วสอดคล้องความจำเป็นของการค้าสมัยใหม่ อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคลังสินค้าและให้บริการพิเศษอื่น ๆ เช่น บรรจุหีบห่อและการจัดส่งถึงปลายทาง ด้านผู้ให้บริการขนส่งมีบริการรถขนส่งขนาดเล็กสามารถกระจายการจัดส่งได้ทั่วถึง ประหยัดต้นทุน และคล่องตัวรวดเร็ว ใช้ระบบ GPS หรือ ePOD ติดตามสถานะการขนส่ง กล้องวิดีโอออนไลน์ช่วยควบคุมพฤติกรรมการขับรถเพื่อประหยัดน้ำมันและลดการเกิดอุบัติเหตุ สำหรับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ขนาดเล็กทยอยปรับตัวใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อสามารถรับจ้างช่วงต่อหรือเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการรายอื่น ๆ เช่น การใช้ระบบ GPS ติดตามรถ ระบบ ePOD ติดตามพนักงานจัดส่ง และระบบ RFID เพื่อใช้ติดตามสินค้าและความสะดวกในการกระจายสินค้า รวมถึงสามารถเชื่อมโยงข้อมูลการทำงานทั้งหมดเข้าด้วยกันในระบบซัพพลายเชน
4. Combining Offline and Online Retail: ผสานโลกค้าปลีกออฟไลน์และออนไลน์ ขณะนี้ธุรกิจค้าปลีกต่างมองหาโอกาสในการขยายตลาดและสร้างรายได้ ปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่มีการผสมผสานระหว่างโลกการค้าปลีกออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งเทคโนโลยีใหม่พร้อมสนับสนุนและเชื่อมต่อกัน เช่น การทำร้านค้าหรือตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ลูกค้าให้เลือกซื้อจากหน้าร้านหรือทางออนไลน์และรอการจัดส่งถึงบ้าน ปัจจุบันเทคโนโลยีตอบโจทย์ ได้แก่ การใช้ระบบ ePOS และ ePOD ในรถขายสินค้าเคลื่อนที่ หรือที่เรียกว่า หน่วยรถเงินสด (Cash Van) ตั้งแต่ระบบการคิดเงิน การเช็ค-ตัดสต็อคสินค้า การจัดโปรโมชั่น การสั่งซื้อสินค้า และการจัดส่งสินค้า สามารถเก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ในรูปแบบดิจิทัลและใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจและร้านค้าได้ต่อไป
“เทคโนโลยีดิจิทัลที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดรูปแบบโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ สร้างตลาดและบริการใหม่มากมาย การยอมรับและปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเข้าสู่ยุคอีคอมเมิร์ซและการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ จะตอบโจทย์ธุรกิจค้าปลีกและโลจิสติกส์” นางวรินทร กล่าวทิ้งท้าย
ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจขนส่งที่สนใจ สามารถติดต่อฝ่ายขายของบริษัทหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อโลจิสติกส์ ได้ที่ www.nostralogistics.com หรือ โทร. 02-116-4478
เกี่ยวกับ NOSTRA LOGISTICS (นอสตร้า โลจิสติกส์)
“NOSTRA LOGISTICS” (นอสตร้า โลจิสติกส์) โดย Commercial Solutions Division (CSD) ซึ่งเป็นส่วนงานหนึ่งของ บริษัท จีไอเอส จำกัด เป็นโซลูชันด้านการบริหารจัดการงานขนส่ง ได้แก่ การจัดการกลุ่มรถ (Fleet Management) การติดตามตำแหน่ง (GPS Tracking) บนแผนที่ความละเอียดสูงนอสตร้า เพิ่มความปลอดภัยในการขับรถด้วยเทคโนโลยีเทเลเมติกส์ (Telematics) และเชื่อมโยงข้อมูลด้วยเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในการนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.nostralogistics.com
#NOSTRALogistics #NOSTRAtelematics
ในฐานะผู้ประกอบการ แน่นอนว่าเรื่องของสินค้าและระบบโลจิสติกส์ในการจัดส่งสินค้าถือเป็นเรื่องสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในการจัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วและได้สินค้าที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องทำความเข้าใจและเลือกผู้ให้บริการระบบโลจิสติกส์ที่เหมาะสมกับการทำธุรกิจ เพราะนอกจากจะช่วยให้การจัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้าได้ตรงตามกำหนดแล้ว ยังช่วยจัดการเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าที่มีอยู่หลากหลายประเภทได้ดีมากยิ่งขึ้น

เทรนด์ของโลจิสติกส์มีการปรับเปลี่ยนและหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ตามพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วง New Normal ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่ผู้ประกอบธุรกิจที่มีหน้าร้าน ต้องลงสนามการค้าออนไลน์มากขึ้น เมื่อต้องปรับเปลี่ยนช่องทางการขายสินค้า ก็ย่อมเปลี่ยนช่องทางการจัดส่งหรือปรับปรุงการจัดส่งให้ดียิ่งขึ้น ผ่านทางการวิเคราะห์แนวโน้มความต้องการของผู้บริโภค และเลือกช่องทางที่เหมาะสมมากที่สุดเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
5 เทรนด์โลจิสติกส์ 2021 ที่ควรคำนึงก่อนเลือกบริษัทขนส่งสินค้า
ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้บริการบริษัทขนส่งในการจัดส่งสินค้าต่างๆ ให้กับลูกค้า สิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการคือการติดตามเทรนด์โลจิสติกส์ว่าในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาขึ้นอย่างไรบ้าง เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถจัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ทั้งการจัดส่งภายในประเทศและระหว่างประเทศ เราไปดูกันว่าเทรนด์โลจิสติกส์ในปัจจุบันมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง

1. จัดส่งสินค้าแบบเทกองพร้อมพิธีการศุลกากร
การขนส่งสินค้าในรูปแบบเรือเทกองจะเป็นการขนส่งสินค้าในรูปแบบของเรือชั้นเดียวที่มีขนาดใหญ่ สามารถบรรทุกได้ทั้งสินค้าเทกองแห้งและสินค้าเทกองเหลวที่มีปริมาณมากหรือมีขนาดใหญ่พิเศษ โดยจะวางไว้บนห้องระวางสินค้าจนเต็ม ซึ่งเทรนด์โลจิสติกส์ในปี 2021 ผู้ให้บริการในการขนส่งสินค้าแบบเทกองจะมีตัวช่วยในการดำเนินการด้านพิธีการศุลกากร ไม่ว่าจะเป็นด้านการส่งออกหรือนำเข้าสินค้าก็ตาม เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจปล่อยสินค้า และสามารถนำส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วตามกำหนด
2. การจัดการระบบการส่งออกและนำเข้าสินค้าได้อย่างครบวงจร
เมื่อโลกธุรกิจเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศจำเป็นที่จะต้องมีการดูแลและจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นตัวช่วยให้การขนส่งนั้นเป็นไปตามกำหนดเวลา ทำให้ระบบโลจิสติกส์ของบริษัทขนส่งสินค้าจำเป็นจะต้องมีการให้บริการอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งสินค้าทางน้ำ อากาศ และทางถนน รวมถึงการบริการคลังสินค้าสำหรับการนำเข้าและส่งออก การจัดการตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมด้วยการจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องในการนำเข้า-ส่งออก และดำเนินพิธีการศุลกากรเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร
3. การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์
การนำเทคโนโลยีมาใช้งานเพื่อการตรวจสอบข้อมูลสินค้าในรูปแบบเรียลไทม์จะช่วยให้สามารถตรวจสอบและเข้ามาแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด อีกทั้งยังช่วยในการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ลดข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อมีการคีย์ข้อมูลในแบบ manual ช่วยให้เกิดความถูกต้องของข้อมูล ทำให้สามารถมองเห็นซัพพลายเชนทั้งระบบและสามารถติดตามการขนส่งได้อย่างง่ายดาย ลดระยะเวลา ลดต้นทุน ซึ่งผู้ประกอบการนั้นสามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ และนำมาวิเคราะห์เพื่อช่วยในการวางแผนทางการตลาด การจัดการสินค้า และการจัดการออเดอร์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
4. การให้คำปรึกษาด้านพิกัดสินค้าและขอคืนภาษีอากร
บริษัทขนส่งที่มีการให้คำปรึกษาด้านพิกัดสินค้าและขอคืนภาษีอากร จะทำให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจในการดำเนินการขนส่งสินค้าในตั้งแต่ต้น เนื่องจากบริษัทขนส่งมีบริการที่ครอบคลุมทั้งให้คำปรึกษาและประเมินพิกัดสินค้าอย่างแม่นยำ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและชำระภาษีอย่างถูกต้องตามระเบียบของกรมศุลกากร อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ประกอบการอีกด้วย

5. จับคู่การใช้งานตู้คอนเทนเนอร์ในการนำเข้า-ส่งออกสินค้า
การจับคู่ตู้คอนเทนเนอร์ถือเป็นอีกหนึ่งเทรนด์โลจิสติกส์ที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากการจับคู่ตู้คอนเทนเนอร์ของฝั่งบริษัทขนส่งจะมีการขนตู้คอนเทนเนอร์ที่เต็มไปด้วยสินค้าไปยังเรือขนส่งและนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่ากลับมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันโดยที่ไม่ต้องรอให้ถ่ายสินค้าออกก่อน ซึ่งการจับคู่การใช้งานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาในการรอ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการได้ว่าจะสามารถรับสินค้าที่ถูกต้อง ครบถ้วน รวมไปถึงในบางกรณีที่มีเหตุการณ์ที่ทำให้การหาตู้คอนเทนเนอร์ยากกว่าปกติ การจับคู่ตู้คอนเทนเนอร์เพื่อการนำเข้า-ส่งออกสินค้ายังจะช่วยให้สามารถหาตู้คอนเทนเนอร์ได้เร็วยิ่งขึ้น และทำให้สามารถส่งสินค้าได้ตรงตามเวลาที่กำหนด จากแนวโน้มของเทรนด์โลจิสติกส์ทั้ง 5 เทรนด์ที่มาแรงในปี 2021 เป็นเทคโนโลยีที่เน้นความสะดวกสบายให้กับผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานหรือจะเป็นการให้บริการที่ครบวงจรก็ตาม ที่ SCG Logistics เรามีบริการระบบโลจิสติกส์ที่ครบวงจร ตอบโจทย์ทุกความต้องการในการขนส่งสินค้า พร้อมดูแลสินค้าให้ถึงปลายทางได้อย่างปลอดภัย เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจและขับเคลื่อนให้เติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ
อ้างอิงบทความและรูปภาพจาก : SCG Logistics, Shutterstock
Cr. https://www.techtalkthai.com/guest-post-nostra-logistics-update-trends/

